ลิลิตตะเลงพ่าย บทประพันธ์สดุดีวีรกรรม บททดสอบฝีปาก และมรดกวรรณกรรมไทย

ลิลิตตะเลงพ่าย

ลิลิตตะเลงพ่าย เป็นบทประพันธ์ประเภทลิลิต ลักษณะคําประพันธ์ ลิลิตตะเลงพ่าย โดดเด่นด้วยการสรรเสริญวีรกรรมของ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช กษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่แห่งกรุงศรีอยุธยา ผ่านลีลาการประพันธ์ที่งดงาม ภาษาไพเราะ สละสลวย ชวนให้ผู้อ่านอินไปกับเนื้อหา ลิลิตตะเลงพ่าย มิใช่เพียงแค่บทประพันธ์อันไพเราะ สละสลวย เท่านั้น แต่ยังเป็นบททดสอบฝีปาก ลิลิตตะเลงพ่าย กลอน แฝงนัยการเมืองการปกครอง และ สะท้อนคุณค่าทางศิลปะ วัฒนธรรม ของไทย บทความนี้จะพาคุณไปสัมผัสโลกของลิลิตตะเลงพ่าย เจาะลึกเนื้อหา ลิลิต ตะเลง พ่าย เรื่อง ย่อ รูปแบบการแต่ง และ ความสำคัญในฐานะมรดกวรรณกรรมไทย

ลิลิตตะเลงพ่าย ความหมายและบทบาท

ลิลิตตะเลงพ่าย เป็นคำที่มาจาก ภาษาไทยท้องถิ่น โดยมีความหมายว่า การต่อสู้อย่างไม่ยุติธรรม หรือ การต่อสู้ในสภาพที่ไม่ชอบธรรมดา ในวงการกีฬาและการมวยไทย เทคนิคที่เกี่ยวข้องกับ เรื่องลิลิตตะเลงพ่าย มักถูกนำมาใช้ในการทำลายคู่ต่อสู้ในทันที โดยใช้เทคนิคและการต่อสู้ที่ไม่คาดฝัน เพื่อให้คู่ต่อสู้ไม่สามารถตักตวงหรือป้องกันตัวได้โดยง่าย โดยตะเลงในที่นี้หมายถึง มอญ แต่ในลิลิตตะเลงพ่าย กล่าวถึงการรบ ระหว่างไทยกับพม่า ลิลิตตะเลงพ่าย หมายถึง โดยชื่อเรื่องลิลิต ตะเลงพ่าย หมายถึง พม่าและมอญแพ้ มาจากการที่พม่าได้มอญ เป็นเมืองขึ้น และ ใช้เมืองหลวงของมอญ คือ หงสาวดี เป็นเมืองหลวงของตน ไทยถึงเรียกกองทัพพม่าว่ากองทัพมอญ ในจำนวนพระนิพนธ์ทั้งหมด คือ ลิลิตตะเลงพ่าย และ ยังได้รับการยกย่องว่าเป็นการแต่งลิลิตที่ยอดเยี่ยมที่สุด

กำเนิดลิลิตตะเลงพ่าย จากวีรกรรมสู่บทประพันธ์

ลิลิตตะเลงพ่าย สรุป ประพันธ์ขึ้นโดย สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส ทรงนิพนธ์ขั้น ร่วมกับ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นภูบาลบริรักษ์ ในรัชกาลที่ 3 ประวัติ ผู้ แต่ง ลิลิต ตะเลง พ่าย เพื่องานพระราชพิธี เฉลิมฉลองการสร้างวัดพระแก้ว โดยดึงเอาเรื่องราววีรกรรม การยุทธหามชนะขุนวรวงษามหาธิราช แห่งหงสาวดี ถอดบทประพันธ์ ของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช   มาถ่ายทอดเป็นบทประพันธ์

เนื้อหาลิลิตตะเลงพ่าย บททดสอบฝีปาก และกลอุบาย

วรรณคดีเรื่องลิลิตตะเลงพ่าย มิใช่เพียงแค่เล่าเรื่องสงคราม แต่ยังแฝงนัยการเมืองการปกครอง ผ่านบททดสอบฝีปาก ตัวละครวรรณคดี และอุบายต่างๆ เช่น

  • การท้าประลองยุทธหาม : เป็นการประลองฝีมือทางการรบ และ แสดงความกล้าหาญ ของสมเด็จพระนเรศวรกับ มหาอุปราชา นันทบุเรง เนื้อเรื่อง ลิลิต ตะเลง พ่าย จุดไคลแม็กซ์ของเรื่อง เรื่อง ลิลิต ตะเลง พ่าย สะท้อนความกล้าหาญ เด็ดเดี่ยว และ ชาตินิยมของกษัตริย์ไทย
  • การใช้กลอุบาย : ทั้งการปลอม เป็น ทหารหงสาวดี สงครามยุทธหัตถี การลอบตีค่าย และ การใช้ช้างพลายพังคีรี แสดงถึงความรอบคอบ และ ไหวพริบความสามารถ ในการวางแผนการรบ ของสมเด็จพระนเรศวร
  • การเจรจาสัญญาสงบศึก : สะท้อนถึงความต้องการยุติสงคราม สรุปลิลิตตะเลงพ่าย และรักษาผลประโยชน์ของกรุงศรีอยุธยา
  • การกอบกู้เอกราช : ศึก ยุทธหัตถี การขับไล่กองทัพพม่าออกจากกรุงศรีอยุธยา นำพาสันติสุขกลับคืนสู่แผ่นดิน

ลิลิตตะเลงพ่ายไม่เพียงแค่เป็นบทประพันธ์สรรเสริญวีรกรรมเท่านั้นแต่ยังสะท้อนสังคม

  • คติสอนใจ: ลิลิตตะเลงพ่ายสรุป ความรักชาติ ศักดิ์ศรี ความกล้าหาญ ความเสียสละ และการไม่ยอมแพ้
  • วิถีชีวิตคนไทย: ประเพณี วัฒนธรรม และ การเคารพกษัตริย์
  • ความรู้ด้านประวัติศาสตร์: เหตุการณ์ สถานที่ บุคคลสำคัญ พระมหาอุปราชา ในสมัยกรุงศรีอยุธยา

ความโดดเด่นทางวรรณศิลป์

ลิลิตตะเลงพ่าย โดดเด่นด้วย

  • ภาษาไพเราะ : ถอดคําประพันธ์ ลิลิตตะเลงพ่าย ใช้คำสละสลวย อุปมาอุปไมย เล่นเสียงพ้องตรง พ้องรูป ภาพพจน์หลากหลาย สร้างความเพลิดเพลินในการอ่าน
  • การประพันธ์แบบลิลิต : โครงสร้างกลอน 12 คำ ผสมผสานบทประพันธ์ประเภทอื่น เช่น ร่ายสุภาพ โคลงสอง โคลงสาม โคลงสี่ สร้างความแปรเปลี่ยน ลื่นไหล
  • การบรรยายภาพ : ถ้อยคำชัดเจน ละเอียด เห็นภาพ เสมือนผู้อ่านอยู่ในเหตุการณ์
  • การสอดแทรกคติสอนใจ : บทเรียนชีวิต โอวาท8ประการ ลิลิตตะเลงพ่าย ปรัชญาการดำเนินชีวิต ผ่านบุคลาธิการ และเหตุการณ์

รูปแบบการแต่งลิลิตตะเลงพ่าย ความไพเราะ และท้าทาย

ลิลิต ตะเลงพ่าย แต่งด้วยลิลิตสุภาพ ผสมผสาน “ร่ายสุภาพ” “โคลงสองสุภาพ” “โคลงสามสุภาพ” และ “โคลงสี่สุภาพ” สลับกันไป ลิลิตตะเลงพ่าย ทั้งหมด แต่งสลับกันไป จำนวน 439 บท โดยได้แบบอย่างการแต่งมาจากลิลิตยวนพ่าย ที่แต่งขึ้นในสมัยอยุธยาตอนต้น ลิลิตเปรียบได้กับงานเขียนมหากาพย์ ลักษณะคําประพันธ์ ลิลิตตะเลงพ่าย จัดเป็นวรรณคดีประเภท เฉลิมพระเกียรติพระมหากษัตริย์ พระมหาอุปราช ความไพเราะของภาษา และ ความซับซ้อนของฉันทลักษณ์ ทำให้ลิลิตตะเลงพ่าย เป็นบททดสอบฝีปาก และ ความรู้ทางภาษาไทย ของผู้ที่จะอ่าน และขับร้อง

ลิลิตตะเลงพ่าย

ลิลิตตะเลงพ่าย มรดกวรรณกรรมไทย ทรงคุณค่า

ลิลิตตะเลงพ่าย เป็นบทประพันธ์ประเภทลิลิต ประพันธ์ขึ้นเพื่ออะไร ไม่เพียงแค่บันทึกวีรกรรม แต่ยังสะท้อนคุณค่าทางศิลปะ วัฒนธรรม ของไทย ดังนี้

  • คุณค่าทางวรรณกรรม : ความไพเราะของภาษา ลิลิตตะเลงพ่าย เนื้อเรื่อง สำนวนที่ไพเราะ สละสลวย และ ความแยบคายในการใช้ฉันทลักษณ์ ทำให้ลิลิตตะเลงพ่ายเป็นตัวอย่าง ผลงานวรรณกรรมไทยชั้นเยี่ยม ทรงคุณค่าทางวรรณคดี เช่น การใช้ภาพพจน์ การเปรียบเทียบ และ การอุปมาอุปไมย
  • คุณค่าทางประวัติศาสตร์ : ลิลิตตะเลงพ่ายเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญ ซึ่งบันทึกเหตุการณ์สงครามยุทธหัตถี รายละเอียดของการรบ และ วีรกรรมของเหล่าทหารหาญ ลิลิตตะเลงพ่าย คําประพันธ์ เนื้อหาสะท้อนภาพสังคม การเมือง การทหาร ของกรุงศรีอยุธยา ในสมัยสมเด็จ พระนเรศวร 5
  • คุณค่าทางศิลปวัฒนธรรม : ลิลิตตะเลงพ่ายสรุป เป็นตัวอย่างของการผสมผสานศิลปะ การดนตรี และการขับร้อง ของไทย อย่างลงตัว

ข้อคิด คติคำสอน และความจรรโลงใจ

   ๑. ผู้นำควรมีความกล้าหาญเด็ดเดี่ยว และ แสดงออกอย่างเหมาะสม

   ๒. บิดาเป็นผู้มีพระคุณ เราจึงควรมีความกตัญญู และ ตอบแทนเมื่อมีโอกาส

   ๓. คนเราควรมีความรักในศักดิ์ศรี

   ๔. คนเราควรรู้จักการให้อภัย

สืบสานลิลิตตะเลงพ่าย อนุรักษ์วรรณกรรมไทย

ลิลิตตะเลงพ่าย บทประพันธ์ ที่มีอิทธิพลต่อวงการวรรณคดีไทยอย่างมาก สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมปรมานุชิตชิโนรส ทรงแสดงจุดประสงค์ในการทรงนิพนธ์ เรื่องลิลิตตะเลงพ่าย ว่าเพื่อเป็นการสดุดีของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เจ้าพระยาปราบหงสาวดี ที่ทรงทำยุทธหัตถีชนะพม่า ถูกนำไปดัดแปลงเป็นบทละคร ภาพยนตร์ และ นิทาน เรื่องย่อลิลิตตะเลงพ่าย อีกทั้งยังมีการสอนลิลิตตะเลงพ่ายในโรงเรียน เพื่อให้เยาวชนรุ่นหลัง ได้เรียนรู้วีรกรรมของเหล่าทหารหาญ พระมหาอุปราชา ได้รู้ถึงพระปรีชาสามารถของกษัตริย์ในอดีต ที่ปกป้องบ้านเมือง และ ปลูกฝังความรักชาติ ความกล้าหาญ และ ความเสียสละ แปลบทประพันธ์ สังเคราะห์ข้อคิดจากวรรณคดี ตัว ละคร ลิลิต ตะเลง พ่าย และ วรรณกรรมเพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง และ ขอให้บทกวีคงอยู่ตลอดไป

อ่านบทความเพิ่มเติม : ขุนช้างขุนแผน

ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจได้ที่ : วรรณคดีไทย.com